แชร์

การเฝ้าติดตามระดับการสั่นไหว

อัพเดทล่าสุด: 23 เม.ย. 2025
739 ผู้เข้าชม

การกำหนดระดับการเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว (Earthquake Severity Levels) สามารถแบ่งได้ดังนี้:

ระดับที่ 1 : ระดับเบา (Minor)
แรงสั่นสะเทือน : ไม่เกิน 3.9 ริกเตอร์
ลักษณะความเสียหาย :
- ผู้คนรับรู้แรงสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อย
- ไม่มีความเสียหายทางโครงสร้าง
- ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานทั่วไป
แนวทางปฏิบัติ :
- แจ้งเตือนพนักงานให้รับรู้เหตุการณ์
- ตรวจสอบเบื้องต้นความเสียหายโดยทีมความปลอดภัย

ระดับที่ 2 : ระดับปานกลาง (Moderate)
แรงสั่นสะเทือน : 4.0 - 4.9 ริกเตอร์
ลักษณะความเสียหาย :
- สั่นสะเทือนรู้สึกได้ชัดเจน มีวัตถุตกหล่นหรือเสียหายเล็กน้อย
- อาคารอาจมีรอยร้าวขนาดเล็ก เช่น ผนัง ฝ้าเพดาน
- มีการตื่นตระหนกของผู้คนแต่สามารถควบคุมได้
แนวทางปฏิบัติ :
- ประกาศแจ้งเตือนและประเมินสถานการณ์
- ทีม ERT เข้าประเมินความเสียหายเบื้องต้น
- อพยพคนออกจากอาคารชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย

ระดับที่ 3 : ระดับรุนแรง (Severe)
แรงสั่นสะเทือน : 5.0 - 6.9 ริกเตอร์
ลักษณะความเสียหาย :
- อาคารได้รับความเสียหาย เช่น รอยแตกขนาดใหญ่ ผนังเสียหาย โครงสร้างบางส่วนเสียหาย
- มีผู้บาดเจ็บเกิดขึ้นจากแรงสั่นสะเทือนหรือวัตถุตกหล่น
- ผู้คนตื่นตระหนกและต้องการความช่วยเหลือ
แนวทางปฏิบัติ :
- ดำเนินการอพยพทุกคนออกจากอาคารทันที
- ทีม ERT ลงพื้นที่ประเมินและจัดการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเบื้องต้น
- ขอสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกในการกู้ภัย กู้ชีพ
- ประกาศภาวะฉุกเฉินขององค์กรหรือหน่วยงาน

ระดับที่ 4 : ระดับวิกฤต (Critical/Catastrophic)
แรงสั่นสะเทือน : ตั้งแต่ 7.0 ริกเตอร์ขึ้นไป
ลักษณะความเสียหาย :
- อาคารและโครงสร้างได้รับความเสียหายรุนแรง อาจถล่มหรือเสี่ยงต่อการถล่ม
- เกิดผู้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต
- ความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา สื่อสาร
- จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกเร่งด่วน
แนวทางปฏิบัติ :
- ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับสูงสุด แจ้งเตือนทุกฝ่ายทันที
- เรียกหน่วยกู้ภัย หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน และหน่วยงานราชการเข้าช่วยเหลือโดยเร่งด่วน
- กำหนดพื้นที่ควบคุม ห้ามเข้า เพื่อป้องกันอันตรายซ้ำซ้อน
- ประสานงานกับหน่วยงานภายนอกในการอพยพเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย และผู้เสียชีวิตอย่างปลอดภัย

ทุกองค์กรต้องมีแผนการจัดการตามขั้น ERP / BCP / DRP / BRP เพื่อให้สามารถนำมาใช้งานจริงได้ "เมื่อเกิดเหตุ บริษัทและทีมงานเราต้องรอด"


บทความที่เกี่ยวข้อง
อุปกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภายนอก
ในช่วงเวลาวิกฤตหลังเกิดแผ่นดินไหว ความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเร่งรัดกระบวนการกู้ภัยและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อุปกรณ์เฉพาะทางและทีมผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมักถูกระดมเข้าสู่พื้นที่ทันที เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคที่เสียหาย
23 เม.ย. 2025
Key Players ใน BCM: ใครควรมีบทบาทในแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจขององค์กรคุณ
การจัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan - BCP) ไม่ใช่เรื่องของแผนกใดแผนกหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันจากบุคคลสำคัญในองค์กรหรือที่เรียกว่า Key Players เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรจะสามารถรับมือกับวิกฤติและกลับมาดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
11 ก.พ. 2025
กรณีศึกษา: องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการใช้ BCM อย่างมีประสิทธิภาพ
กรณีศึกษา: องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการใช้ BCM อย่างมีประสิทธิภาพ BCM (Business Continuity Management) หรือการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถฟื้นตัวจากวิกฤติได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ ภัยไซเบอร์ หรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปดู 3 กรณีศึกษา ขององค์กรระดับโลกที่สามารถใช้ BCM ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ ✅ Toyota – ฟื้นตัวจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น ด้วยซัพพลายเชนสำรองและศูนย์บัญชาการฉุกเฉิน ✅ Netflix – ใช้ Cloud Computing และ Chaos Engineering รับมือกับระบบไอทีล่ม ป้องกันปัญหาการให้บริการ ✅ MasterCard – ป้องกันภัยไซเบอร์ด้วย AI และศูนย์ข้อมูลหลายแห่ง ช่วยให้ธุรกรรมทางการเงินปลอดภัย องค์กรเหล่านี้ประสบความสำเร็จเพราะ มีแผน BCM ที่ชัดเจน, ทดสอบระบบเป็นประจำ และใช้เทคโนโลยีช่วยลดความเสี่ยง
4 มี.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy