แชร์

การเฝ้าติดตามระดับการสั่นไหว

อัพเดทล่าสุด: 23 เม.ย. 2025
643 ผู้เข้าชม

การกำหนดระดับการเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว (Earthquake Severity Levels) สามารถแบ่งได้ดังนี้:

ระดับที่ 1 : ระดับเบา (Minor)
แรงสั่นสะเทือน : ไม่เกิน 3.9 ริกเตอร์
ลักษณะความเสียหาย :
- ผู้คนรับรู้แรงสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อย
- ไม่มีความเสียหายทางโครงสร้าง
- ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานทั่วไป
แนวทางปฏิบัติ :
- แจ้งเตือนพนักงานให้รับรู้เหตุการณ์
- ตรวจสอบเบื้องต้นความเสียหายโดยทีมความปลอดภัย

ระดับที่ 2 : ระดับปานกลาง (Moderate)
แรงสั่นสะเทือน : 4.0 - 4.9 ริกเตอร์
ลักษณะความเสียหาย :
- สั่นสะเทือนรู้สึกได้ชัดเจน มีวัตถุตกหล่นหรือเสียหายเล็กน้อย
- อาคารอาจมีรอยร้าวขนาดเล็ก เช่น ผนัง ฝ้าเพดาน
- มีการตื่นตระหนกของผู้คนแต่สามารถควบคุมได้
แนวทางปฏิบัติ :
- ประกาศแจ้งเตือนและประเมินสถานการณ์
- ทีม ERT เข้าประเมินความเสียหายเบื้องต้น
- อพยพคนออกจากอาคารชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย

ระดับที่ 3 : ระดับรุนแรง (Severe)
แรงสั่นสะเทือน : 5.0 - 6.9 ริกเตอร์
ลักษณะความเสียหาย :
- อาคารได้รับความเสียหาย เช่น รอยแตกขนาดใหญ่ ผนังเสียหาย โครงสร้างบางส่วนเสียหาย
- มีผู้บาดเจ็บเกิดขึ้นจากแรงสั่นสะเทือนหรือวัตถุตกหล่น
- ผู้คนตื่นตระหนกและต้องการความช่วยเหลือ
แนวทางปฏิบัติ :
- ดำเนินการอพยพทุกคนออกจากอาคารทันที
- ทีม ERT ลงพื้นที่ประเมินและจัดการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเบื้องต้น
- ขอสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกในการกู้ภัย กู้ชีพ
- ประกาศภาวะฉุกเฉินขององค์กรหรือหน่วยงาน

ระดับที่ 4 : ระดับวิกฤต (Critical/Catastrophic)
แรงสั่นสะเทือน : ตั้งแต่ 7.0 ริกเตอร์ขึ้นไป
ลักษณะความเสียหาย :
- อาคารและโครงสร้างได้รับความเสียหายรุนแรง อาจถล่มหรือเสี่ยงต่อการถล่ม
- เกิดผู้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต
- ความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา สื่อสาร
- จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกเร่งด่วน
แนวทางปฏิบัติ :
- ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับสูงสุด แจ้งเตือนทุกฝ่ายทันที
- เรียกหน่วยกู้ภัย หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน และหน่วยงานราชการเข้าช่วยเหลือโดยเร่งด่วน
- กำหนดพื้นที่ควบคุม ห้ามเข้า เพื่อป้องกันอันตรายซ้ำซ้อน
- ประสานงานกับหน่วยงานภายนอกในการอพยพเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย และผู้เสียชีวิตอย่างปลอดภัย

ทุกองค์กรต้องมีแผนการจัดการตามขั้น ERP / BCP / DRP / BRP เพื่อให้สามารถนำมาใช้งานจริงได้ "เมื่อเกิดเหตุ บริษัทและทีมงานเราต้องรอด"


บทความที่เกี่ยวข้อง
ประเภทของแผนการจัดการเหตุวิกฤตที่คุณต้องรู้
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 5 ประเภทของแผนการจัดการเหตุวิกฤตที่องค์กรควรมี เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
18 ก.พ. 2025
ตรวจสอบแผน BCM อย่างต่อเนื่อง - เคล็ดลับรักษาความยั่งยืนของธุรกิจ
ตรวจสอบแผน BCM อย่างต่อเนื่อง: เคล็ดลับรักษาความยั่งยืนของธุรกิจ แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับวิกฤตและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว แต่เพียงแค่มีแผนไม่เพียงพอ—การตรวจสอบและอัปเดตแผน BCM อย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่ช่วยให้องค์กรสามารถรักษาความยั่งยืนในระยะยาว ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจ กรณีศึกษาเกี่ยวกับการล้มเหลวของแผน BCM ที่ไม่ได้รับการอัปเดต จนทำให้บริษัทสูญเสียรายได้มหาศาล รวมถึง 5 เคล็ดลับสำคัญในการตรวจสอบและปรับปรุง BCM ให้มีประสิทธิภาพ ได้แก่: ✅ กำหนดตารางตรวจสอบ BCM เป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าแผนยังสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ✅ ทดสอบแผนผ่านการจำลองสถานการณ์ เช่น การฝึกซ้อมภาวะฉุกเฉินหรือ Cyber Attack Drill ✅ อัปเดตแผนให้ทันกับภัยคุกคามใหม่ ๆ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ หรือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ✅ สื่อสารแผน BCM กับพนักงานทุกระดับ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนรู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ✅ ใช้ตัวชี้วัด (KPI) วัดผลการดำเนินงาน เพื่อประเมินว่าธุรกิจสามารถฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหน หากองค์กรของคุณยังไม่ได้มีการตรวจสอบแผน BCM อย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะช่วยให้คุณเริ่มต้นได้อย่างถูกต้อง!
4 มี.ค. 2025
บทเรียนจากเหตุการณ์วิกฤต: ตัวอย่างจริงที่แสดงความสำคัญของ BCM
ในโลกธุรกิจที่ความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ Business Continuity Management (BCM) กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างไม่สะดุด แม้ต้องเผชิญกับวิกฤตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีไซเบอร์อย่างเหตุการณ์มัลแวร์โจมตี Maersk ในปี 2017, แผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์ในปี 2011 หรือการระบาดของ COVID-19 ในปี 2020 อ่านรายละเอียดและตัวอย่างเต็มได้ในบทความ!
4 ก.พ. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy