แชร์

BCM กับการบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM): ความแตกต่างและการใช้งาน

อัพเดทล่าสุด: 24 ก.พ. 2025
427 ผู้เข้าชม
BCM กับการบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM): ความแตกต่างและการใช้งาน

BCM (Business Continuity Management) เป็นกระบวนการที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ภัยธรรมชาติ การโจมตีทางไซเบอร์ หรือวิกฤติอื่น ๆ

เป้าหมายหลักของ BCM คือ
ป้องกันการหยุดชะงักของธุรกิจ (Business Disruption)
สร้างแผนฟื้นฟูหลังเกิดเหตุการณ์ (Disaster Recovery)
รับประกันว่าการดำเนินงานที่สำคัญยังคงสามารถทำงานต่อไปได้

โครงสร้างของ BCM ประกอบด้วย:
การวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact Analysis - BIA)
การบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ
แผนตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน (Incident Response Plan)
แผนฟื้นฟูระบบ (IT Disaster Recovery Plan)

แหล่งข่าวจากมาตรฐาน ISO 22301 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลเกี่ยวกับ BCM ยืนยันว่า องค์กรที่มีแผน BCM ที่ดีจะสามารถลดความสูญเสียจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ERM: การบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร

ERM (Enterprise Risk Management) เป็นแนวทางที่กว้างกว่าการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยมีเป้าหมายในการบริหารความเสี่ยงทุกประเภทที่อาจกระทบต่อวัตถุประสงค์ขององค์กร เช่น ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงทางกฎหมาย และความเสี่ยงด้านกลยุทธ์

เป้าหมายหลักของ ERM คือ
การระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติขององค์กร
การประเมินและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง
การกำหนดแนวทางลดความเสี่ยงในระยะยาว

องค์ประกอบหลักของ ERM ตามกรอบมาตรฐาน COSO ERM ได้แก่:
การกำหนดวัตถุประสงค์องค์กร (Strategic Objectives)
การระบุความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง (Risk Identification)
การวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของความเสี่ยง
การพัฒนาแนวทางควบคุมและลดความเสี่ยง

จากรายงานของสำนักข่าว Reuters เมื่อปีที่ผ่านมา หลายองค์กรที่ประสบปัญหาทางการเงินส่วนใหญ่มักไม่มี ERM Framework ที่แข็งแกร่งเพียงพอ ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถจัดการกับความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ได้ดี


BCM vs. ERM: องค์กรต้องใช้แนวทางใด?

แม้ว่า BCM และ ERM จะมีความเกี่ยวข้องกัน แต่ทั้งสองแนวทางมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน และการใช้งานขึ้นอยู่กับบริบทขององค์กร

หัวข้อ BCM (Business Continuity Management) ERM (Enterprise Risk Management)
จุดเน้นหลัก การเตรียมพร้อมและฟื้นฟูเมื่อเกิดวิกฤติ การบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ทุกด้านขององค์กร
ขอบเขตของความเสี่ยง เน้นที่เหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้, แผ่นดินไหว, การโจมตีไซเบอร์ ครอบคลุมความเสี่ยงทุกประเภท เช่น การเงิน กฎหมาย การตลาด
แนวทางการดำเนินงาน มุ่งเน้นการจัดทำแผนฟื้นฟูและซ้อมแผนรับมือ มุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกในระดับนโยบาย
มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ISO 22301 COSO ERM, ISO 31000
ใครควรใช้  
องค์กรที่ต้องการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติ
องค์กรที่ต้องการจัดการความเสี่ยงในระยะยาว


บทความที่เกี่ยวข้อง
BCM คืออะไร? ทำไมทุกองค์กรควรให้ความสำคัญ
ในยุคที่ธุรกิจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากภัยคุกคามต่างๆ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ หรือภัยธรรมชาติ Business Continuity Management (BCM) จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่องแม้ในภาวะวิกฤต
4 ก.พ. 2025
5 ขั้นตอนสำคัญของการจัดทำ Business Continuity Plan (BCP)
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จัก 5 ขั้นตอนสำคัญ ของการจัดทำแผน BCP ตั้งแต่การวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ (BIA) การประเมินความเสี่ยง การพัฒนาแผน ไปจนถึงการทดสอบและปรับปรุงแผนอย่างต่อเนื่อง พร้อมคำแนะนำที่ใช้ได้จริงเพื่อช่วยให้องค์กรของคุณฟื้นตัวได้เร็วที่สุด อย่ารอจนวิกฤติมาเยือน—เริ่มสร้างแผน BCP ของคุณวันนี้!
4 ก.พ. 2025
วิธีสร้างทีม BCM ในองค์กร: บทบาทสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด
ในยุคที่องค์กรต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่ไม่คาดคิด เช่น ภัยธรรมชาติ การโจมตีไซเบอร์ หรือวิกฤตเศรษฐกิจ การมีทีมบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM Team) ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือและฟื้นตัวจากสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก บทบาทสำคัญของทีม BCM ว่าใครบ้างที่ควรอยู่ในทีม และ วิธีการสร้างทีม BCM ให้มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การกำหนดบทบาท หน้าที่ การวางแผน การทดสอบ และการปรับปรุงแผนให้ทันสมัย
18 ก.พ. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy