แชร์

BCM กับการบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM): ความแตกต่างและการใช้งาน

อัพเดทล่าสุด: 24 ก.พ. 2025
683 ผู้เข้าชม
BCM กับการบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM): ความแตกต่างและการใช้งาน

BCM (Business Continuity Management) เป็นกระบวนการที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ภัยธรรมชาติ การโจมตีทางไซเบอร์ หรือวิกฤติอื่น ๆ

เป้าหมายหลักของ BCM คือ
ป้องกันการหยุดชะงักของธุรกิจ (Business Disruption)
สร้างแผนฟื้นฟูหลังเกิดเหตุการณ์ (Disaster Recovery)
รับประกันว่าการดำเนินงานที่สำคัญยังคงสามารถทำงานต่อไปได้

โครงสร้างของ BCM ประกอบด้วย:
การวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact Analysis - BIA)
การบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ
แผนตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน (Incident Response Plan)
แผนฟื้นฟูระบบ (IT Disaster Recovery Plan)

แหล่งข่าวจากมาตรฐาน ISO 22301 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลเกี่ยวกับ BCM ยืนยันว่า องค์กรที่มีแผน BCM ที่ดีจะสามารถลดความสูญเสียจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ERM: การบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร

ERM (Enterprise Risk Management) เป็นแนวทางที่กว้างกว่าการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยมีเป้าหมายในการบริหารความเสี่ยงทุกประเภทที่อาจกระทบต่อวัตถุประสงค์ขององค์กร เช่น ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงทางกฎหมาย และความเสี่ยงด้านกลยุทธ์

เป้าหมายหลักของ ERM คือ
การระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติขององค์กร
การประเมินและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง
การกำหนดแนวทางลดความเสี่ยงในระยะยาว

องค์ประกอบหลักของ ERM ตามกรอบมาตรฐาน COSO ERM ได้แก่:
การกำหนดวัตถุประสงค์องค์กร (Strategic Objectives)
การระบุความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง (Risk Identification)
การวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของความเสี่ยง
การพัฒนาแนวทางควบคุมและลดความเสี่ยง

จากรายงานของสำนักข่าว Reuters เมื่อปีที่ผ่านมา หลายองค์กรที่ประสบปัญหาทางการเงินส่วนใหญ่มักไม่มี ERM Framework ที่แข็งแกร่งเพียงพอ ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถจัดการกับความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ได้ดี


BCM vs. ERM: องค์กรต้องใช้แนวทางใด?

แม้ว่า BCM และ ERM จะมีความเกี่ยวข้องกัน แต่ทั้งสองแนวทางมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน และการใช้งานขึ้นอยู่กับบริบทขององค์กร

หัวข้อ BCM (Business Continuity Management) ERM (Enterprise Risk Management)
จุดเน้นหลัก การเตรียมพร้อมและฟื้นฟูเมื่อเกิดวิกฤติ การบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ทุกด้านขององค์กร
ขอบเขตของความเสี่ยง เน้นที่เหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้, แผ่นดินไหว, การโจมตีไซเบอร์ ครอบคลุมความเสี่ยงทุกประเภท เช่น การเงิน กฎหมาย การตลาด
แนวทางการดำเนินงาน มุ่งเน้นการจัดทำแผนฟื้นฟูและซ้อมแผนรับมือ มุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกในระดับนโยบาย
มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ISO 22301 COSO ERM, ISO 31000
ใครควรใช้  
องค์กรที่ต้องการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติ
องค์กรที่ต้องการจัดการความเสี่ยงในระยะยาว


บทความที่เกี่ยวข้อง
AEWS ระบบเตือนภัยล่วงหน้า: จาก “ต้นทุน” สู่ “การลงทุนเพื่อความอยู่รอดของประเทศ”
AEWS หรือ Advanced Early Warning System ไม่ใช่เพียงระบบเตือนภัย แต่คือโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ของประเทศ ช่วยลดความเสียหายจาก Climate Change และยกระดับ BCM ตามแนวคิด ISO 22301
5 มิ.ย. 2026
แนวทางการประเมินความเสี่ยงระดับองค์กร: วิธีการวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของภัยคุกคาม
ในยุคที่การดำเนินธุรกิจต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามจากการโจมตีทางไซเบอร์ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ การบริหารความเสี่ยงกลายเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นคงและต่อเนื่องในการดำเนินงาน (Business Continuity) เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตและฟื้นตัวจากวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
11 ก.พ. 2025
การฟื้นฟูหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว
เมื่อแผ่นดินไหวผ่านพ้นไป ผลกระทบที่หลงเหลือไว้มักไม่เพียงแต่จำกัดอยู่ที่ความเสียหายทางกายภาพ แต่ยังลามไปถึงผลกระทบทางจิตใจ เศรษฐกิจ และความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนในพื้นที่ประสบภัย การฟื้นฟูหลังแผ่นดินไหวจึงเป็นกระบวนการที่สำคัญ และต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ชุมชนสามารถกลับมายืนหยัดได้อีกครั้งอย่างมั่นคงและปลอดภัย
23 เม.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy