BCM กับการบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM): ความแตกต่างและการใช้งาน
อัพเดทล่าสุด: 24 ก.พ. 2025
468 ผู้เข้าชม

BCM กับการบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM): ความแตกต่างและการใช้งาน
BCM (Business Continuity Management) เป็นกระบวนการที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ภัยธรรมชาติ การโจมตีทางไซเบอร์ หรือวิกฤติอื่น ๆ
เป้าหมายหลักของ BCM คือ
ป้องกันการหยุดชะงักของธุรกิจ (Business Disruption)
สร้างแผนฟื้นฟูหลังเกิดเหตุการณ์ (Disaster Recovery)
รับประกันว่าการดำเนินงานที่สำคัญยังคงสามารถทำงานต่อไปได้
โครงสร้างของ BCM ประกอบด้วย:
การวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact Analysis - BIA)
การบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ
แผนตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน (Incident Response Plan)
แผนฟื้นฟูระบบ (IT Disaster Recovery Plan)
แหล่งข่าวจากมาตรฐาน ISO 22301 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลเกี่ยวกับ BCM ยืนยันว่า องค์กรที่มีแผน BCM ที่ดีจะสามารถลดความสูญเสียจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ERM: การบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร
ERM (Enterprise Risk Management) เป็นแนวทางที่กว้างกว่าการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยมีเป้าหมายในการบริหารความเสี่ยงทุกประเภทที่อาจกระทบต่อวัตถุประสงค์ขององค์กร เช่น ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงทางกฎหมาย และความเสี่ยงด้านกลยุทธ์
เป้าหมายหลักของ ERM คือ
การระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติขององค์กร
การประเมินและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง
การกำหนดแนวทางลดความเสี่ยงในระยะยาว
องค์ประกอบหลักของ ERM ตามกรอบมาตรฐาน COSO ERM ได้แก่:
การกำหนดวัตถุประสงค์องค์กร (Strategic Objectives)
การระบุความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง (Risk Identification)
การวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของความเสี่ยง
การพัฒนาแนวทางควบคุมและลดความเสี่ยง
จากรายงานของสำนักข่าว Reuters เมื่อปีที่ผ่านมา หลายองค์กรที่ประสบปัญหาทางการเงินส่วนใหญ่มักไม่มี ERM Framework ที่แข็งแกร่งเพียงพอ ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถจัดการกับความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ได้ดี
BCM vs. ERM: องค์กรต้องใช้แนวทางใด?
แม้ว่า BCM และ ERM จะมีความเกี่ยวข้องกัน แต่ทั้งสองแนวทางมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน และการใช้งานขึ้นอยู่กับบริบทขององค์กร
BCM (Business Continuity Management) เป็นกระบวนการที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ภัยธรรมชาติ การโจมตีทางไซเบอร์ หรือวิกฤติอื่น ๆ
เป้าหมายหลักของ BCM คือ
ป้องกันการหยุดชะงักของธุรกิจ (Business Disruption)
สร้างแผนฟื้นฟูหลังเกิดเหตุการณ์ (Disaster Recovery)
รับประกันว่าการดำเนินงานที่สำคัญยังคงสามารถทำงานต่อไปได้
โครงสร้างของ BCM ประกอบด้วย:
การวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact Analysis - BIA)
การบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ
แผนตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน (Incident Response Plan)
แผนฟื้นฟูระบบ (IT Disaster Recovery Plan)
แหล่งข่าวจากมาตรฐาน ISO 22301 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลเกี่ยวกับ BCM ยืนยันว่า องค์กรที่มีแผน BCM ที่ดีจะสามารถลดความสูญเสียจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ERM: การบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร
ERM (Enterprise Risk Management) เป็นแนวทางที่กว้างกว่าการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยมีเป้าหมายในการบริหารความเสี่ยงทุกประเภทที่อาจกระทบต่อวัตถุประสงค์ขององค์กร เช่น ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงทางกฎหมาย และความเสี่ยงด้านกลยุทธ์
เป้าหมายหลักของ ERM คือ
การระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติขององค์กร
การประเมินและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง
การกำหนดแนวทางลดความเสี่ยงในระยะยาว
องค์ประกอบหลักของ ERM ตามกรอบมาตรฐาน COSO ERM ได้แก่:
การกำหนดวัตถุประสงค์องค์กร (Strategic Objectives)
การระบุความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง (Risk Identification)
การวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของความเสี่ยง
การพัฒนาแนวทางควบคุมและลดความเสี่ยง
จากรายงานของสำนักข่าว Reuters เมื่อปีที่ผ่านมา หลายองค์กรที่ประสบปัญหาทางการเงินส่วนใหญ่มักไม่มี ERM Framework ที่แข็งแกร่งเพียงพอ ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถจัดการกับความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ได้ดี
BCM vs. ERM: องค์กรต้องใช้แนวทางใด?
แม้ว่า BCM และ ERM จะมีความเกี่ยวข้องกัน แต่ทั้งสองแนวทางมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน และการใช้งานขึ้นอยู่กับบริบทขององค์กร
| หัวข้อ | BCM (Business Continuity Management) | ERM (Enterprise Risk Management) |
| จุดเน้นหลัก | การเตรียมพร้อมและฟื้นฟูเมื่อเกิดวิกฤติ | การบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ทุกด้านขององค์กร |
| ขอบเขตของความเสี่ยง | เน้นที่เหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้, แผ่นดินไหว, การโจมตีไซเบอร์ | ครอบคลุมความเสี่ยงทุกประเภท เช่น การเงิน กฎหมาย การตลาด |
| แนวทางการดำเนินงาน | มุ่งเน้นการจัดทำแผนฟื้นฟูและซ้อมแผนรับมือ | มุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกในระดับนโยบาย |
| มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง | ISO 22301 | COSO ERM, ISO 31000 |
| ใครควรใช้ | องค์กรที่ต้องการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติ |
องค์กรที่ต้องการจัดการความเสี่ยงในระยะยาว |
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมการทดสอบแผน BCP เป็นเรื่องสำคัญ และควรทำอย่างไร?
BCP (Business Continuity Plan) หรือ แผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับวิกฤติและดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การมีแผนอย่างเดียวไม่เพียงพอ "การทดสอบแผน BCP" เป็นขั้นตอนสำคัญที่องค์กรต้องทำเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าแผนที่วางไว้นั้นสามารถใช้งานได้จริง
18 ก.พ. 2025
BCM ในยุคดิจิทัล: ปกป้องข้อมูลและรับมือ Cybersecurity Threats อย่างไร?
ในยุคที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง Business Continuity Management (BCM) ไม่ได้เป็นเพียงแค่แผนสำรองเมื่อเกิดภัยพิบัติ แต่ยังต้องรวมถึง Cybersecurity Strategy เพื่อป้องกันและฟื้นตัวจาก Ransomware, Data Breach, และ Zero-Day Attacks
25 ก.พ. 2025
AEWS หรือ Advanced Early Warning System ไม่ใช่เพียงระบบเตือนภัย แต่คือโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ของประเทศ ช่วยลดความเสียหายจาก Climate Change และยกระดับ BCM ตามแนวคิด ISO 22301
5 มิ.ย. 2026


