แชร์

อุปกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภายนอก

อัพเดทล่าสุด: 23 เม.ย. 2025
1042 ผู้เข้าชม

อุปกรณ์และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง

รายการอุปกรณ์ที่ควรจัดเตรียม และหน่วยงานภายนอกที่ต้องประสานงานเพื่อการเผชิญเหตุแผ่นดินไหวและตึกถล่ม มีดังนี้:

1. รายการอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1)อุปกรณ์ช่วยชีวิตและปฐมพยาบาลเบื้องต้น
- ชุดปฐมพยาบาล (First Aid Kit)
- เปลสนาม (Stretcher)
- ถังออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์การให้ออกซิเจน
- เครื่อง AED (เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ)


2) อุปกรณ์สื่อสาร

- วิทยุสื่อสาร (Walkie-Talkie)
- โทรศัพท์มือถือสำรอง พร้อม Power Bank
- นกหวีดหรืออุปกรณ์ส่งเสียงสัญญาณ


3) อุปกรณ์ค้นหาและกู้ภัย

- หมวกนิรภัย
- ถุงมือ และหน้ากากอนามัย/หน้ากากกรองฝุ่น
- ไฟฉายพร้อมแบตเตอรี่สำรอง
- เชือกและสายรัด
- ค้อนขนาดใหญ่/ขวาน
- ชะแลง
- พลั่วจอบ
- เลื่อยตัดเหล็กและไม้
- อุปกรณ์ยกหรือค้ำยันโครงสร้าง (Hydraulic Jack/Support)


4) อุปกรณ์ช่วยเหลือทั่วไป

- อุปกรณ์ดับเพลิง ถังดับเพลิงชนิดต่างๆ
- ป้ายแสดงจุดอพยพ, ป้ายพื้นที่อันตราย
- แผนที่อาคารแสดงจุดสำคัญและเส้นทางอพยพ
- น้ำดื่ม และอาหารแห้งสำรอง (Emergency Food & Water Supply)
- ผ้าห่มกันหนาว


2. หน่วยงานภายนอกที่ต้องประสานงาน

1) หน่วยงานด้านการกู้ภัย

- หน่วยกู้ภัยมูลนิธิต่างๆ (เช่น ป่อเต็กตึ๊ง, ร่วมกตัญญู)
- หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)


2) หน่วยงานดับเพลิง

- สถานีดับเพลิงใกล้เคียง (แจ้งเหตุ Hotline 199)


3) หน่วยแพทย์ฉุกเฉินและโรงพยาบาล

- สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สายด่วน 1669)
- โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงที่สุด (แจ้งเหตุด่วนฉุกเฉิน)


4) หน่วยงานรักษาความปลอดภัยและจราจร

- สถานีตำรวจพื้นที่ใกล้เคียง (สายด่วน 191)
- เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง (เทศบาล, อบต.)


5) หน่วยงานด้านสาธารณูปโภค

- การไฟฟ้านครหลวง/การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (แจ้งเหตุด่วน 1129)
- การประปานครหลวง/การประปาส่วนภูมิภาค (แจ้งเหตุด่วน 1125)
- บริษัทโทรคมนาคมที่ให้บริการ (แจ้งเหตุระบบล่ม)


6) หน่วยงานประชาสัมพันธ์/สื่อสาร

- สถานีวิทยุท้องถิ่นหรือหน่วยงานกระจายเสียงในพื้นที่
- สื่อท้องถิ่นหรือสื่อออนไลน์ (Social Media)


7) หน่วยงานด้านวิศวกรรมและโครงสร้าง

- วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.)
- วิศวกรโยธา (ประเมินความปลอดภัยของอาคารหลังเหตุการณ์)


8) หน่วยงานด้านประกันภัย

- บริษัทประกันภัย (ประกันชีวิต, ทรัพย์สิน และความเสียหาย)

 

(ทุกองค์กรต้องมีแผนการจัดการตามขั้น ERP / BCP / DRP / BRP) เพื่อให้สามารถนำมาใช้งานจริงได้ "เมื่อเกิดเหตุ บริษัทและทีมงานเราต้องรอด"


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตรวจสอบแผน BCM อย่างต่อเนื่อง - เคล็ดลับรักษาความยั่งยืนของธุรกิจ
ตรวจสอบแผน BCM อย่างต่อเนื่อง: เคล็ดลับรักษาความยั่งยืนของธุรกิจ แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับวิกฤตและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว แต่เพียงแค่มีแผนไม่เพียงพอ—การตรวจสอบและอัปเดตแผน BCM อย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่ช่วยให้องค์กรสามารถรักษาความยั่งยืนในระยะยาว ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจ กรณีศึกษาเกี่ยวกับการล้มเหลวของแผน BCM ที่ไม่ได้รับการอัปเดต จนทำให้บริษัทสูญเสียรายได้มหาศาล รวมถึง 5 เคล็ดลับสำคัญในการตรวจสอบและปรับปรุง BCM ให้มีประสิทธิภาพ ได้แก่: ✅ กำหนดตารางตรวจสอบ BCM เป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าแผนยังสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ✅ ทดสอบแผนผ่านการจำลองสถานการณ์ เช่น การฝึกซ้อมภาวะฉุกเฉินหรือ Cyber Attack Drill ✅ อัปเดตแผนให้ทันกับภัยคุกคามใหม่ ๆ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ หรือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ✅ สื่อสารแผน BCM กับพนักงานทุกระดับ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนรู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ✅ ใช้ตัวชี้วัด (KPI) วัดผลการดำเนินงาน เพื่อประเมินว่าธุรกิจสามารถฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหน หากองค์กรของคุณยังไม่ได้มีการตรวจสอบแผน BCM อย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะช่วยให้คุณเริ่มต้นได้อย่างถูกต้อง!
4 มี.ค. 2025
ทำไมการทดสอบแผน BCP จึงสำคัญ?
ทำไมการทดสอบแผน BCP เป็นเรื่องสำคัญ และควรทำอย่างไร? BCP (Business Continuity Plan) หรือ แผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับวิกฤติและดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การมีแผนอย่างเดียวไม่เพียงพอ "การทดสอบแผน BCP" เป็นขั้นตอนสำคัญที่องค์กรต้องทำเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าแผนที่วางไว้นั้นสามารถใช้งานได้จริง
18 ก.พ. 2025
กรณีศึกษา: องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการใช้ BCM อย่างมีประสิทธิภาพ
กรณีศึกษา: องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการใช้ BCM อย่างมีประสิทธิภาพ BCM (Business Continuity Management) หรือการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถฟื้นตัวจากวิกฤติได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ ภัยไซเบอร์ หรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปดู 3 กรณีศึกษา ขององค์กรระดับโลกที่สามารถใช้ BCM ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ ✅ Toyota – ฟื้นตัวจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น ด้วยซัพพลายเชนสำรองและศูนย์บัญชาการฉุกเฉิน ✅ Netflix – ใช้ Cloud Computing และ Chaos Engineering รับมือกับระบบไอทีล่ม ป้องกันปัญหาการให้บริการ ✅ MasterCard – ป้องกันภัยไซเบอร์ด้วย AI และศูนย์ข้อมูลหลายแห่ง ช่วยให้ธุรกรรมทางการเงินปลอดภัย องค์กรเหล่านี้ประสบความสำเร็จเพราะ มีแผน BCM ที่ชัดเจน, ทดสอบระบบเป็นประจำ และใช้เทคโนโลยีช่วยลดความเสี่ยง
4 มี.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy